ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าโดนรุมโทรม..เรื่องเล่าเตือนใจ

น้องฉันตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าโดนรุมโทรม..เรื่องเล่าเตือนใจ


น้องฉันตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าโดนรุมโทรม

 

 
   
 


อันเนื่องมาจากว่า รับโทรศัพท์ สายหนึ่ง เป็น น้อง ๆ ที่ไม่สนิทกันนัก เพียงแต่ เหตุการ์ณ ที่เกิดมันบานปลาย
จนเจ้าตัวไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว ....  สาเหตุ เล็ก ๆ จากการไว้ใจคนมากเกินไปนั่นเอง

น้องเล่าว่า รู้จักเพื่อนในเนต คุยกันมา พอสมควร แล้ว ก็เหมือนสนิทกัน 
โทรคุยกันก็บ่อย เคยไปทานข้าวดูหนังกันมาแล้วครั้งสองครั้ง 

แต่ครั้งนี้ เพื่อนบอกว่าเป็น วันเกิด จะเลี้ยงที่ รัชดา ชวนให้ไปด้วย ...
พอเจอกัน ก็มีเพื่อนคืนอื่น ๆ ที่ตนไม่รู้จักอีกเยอะ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ตัวเอง ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะต่างกลุ่ม ... สรุปว่าไม่ต้องคิด เพราะว่า ดื่มไปเพียงนิดหน่อย 
ก็มาตื่นอีกที ที่โรงแรมม่านรูดสักแห่ง จำอะไรไม่ได้เลย รู้เพียงแต่ว่า เจ็บระบมไปทั้งตัวทุกที่
ข้าวของกระจุยกระจาย เงินหาย ทองหาย สร้อยแหวน ก็หาย เหลือแต่ โทรศัพท์ ที่มีภาพ ถ่ายภาพตัวเองไว้ ตอนโดนทำมิดีมิร้าย ไม่เห็นหน้าผู้ชายสักคน พร้อมโน๊ต ว่า กลับบ้านไปดีดี อย่า...บอกใคร มีเงินวางไว้ 500 บาท

น้องก็ไม่รู้จะทำยังไง กระเซอะกระเซิงกลับบ้านไป ถึงไม่ใช่ การเสียสาวครั้งแรก 
แต่มันก็เจ็บปวดไปไม่น้อย เชื่อว่า พวกเลว ๆ นั้น มันคงจะเก็บคลิป หรืออะไรไว้ข่มขู่อีกต่อไปวันข้างหน้า

ตอนนี้ ก็อยู่ระหว่างแจ้งความดำเนินคดีแล้ว พ่อแม่ ก็ให้กำลังใจกันไป 
ที่จับได้ เพราะ น้องมีสติ น้องเก็บหลักฐานทุกอย่างภายในห้องกลับมาด้วย จดหมาย กระดาษโน๊ต เงิน 
กางเกงในตัวเองที่มีคราบต่าง ๆ สืบกันไปว่าเป็นขบวนการ  มีทอมหน้าตาดีไปเป็นนกต่อในเนต

เหมือนเป็นเวรกรรม ไม่สิ้นสุด เพราะตัวเองโดนมาก่อน แล้วก็โดนข่มขู่แบบเดียวกัน
เรื่องเล่านี้ ขออนุญาต เจ้าของเรื่องแล้ว ขอเล่าคร่าว ๆ ไม่ดีเทลนะคะ  

แต่พี่เมย์ อยากบอกว่า ...ให้ระวังตัวกันมาก ๆ ขึ้นอีกนะคะ เป็นห่วงจากใจจริง ๆ

 
 
วิธีป้องกันการโดนรุมโทรม
 
1.อย่านุ่งกระโปรงสั้น การแต่งกายรัดกุม ไม่โป๊เกินไป ย่อมจะไม่เตะตา 'อาชญากรทางเพศ'
 
2.อย่าดื้อรั้นลองยา หมายถึงกรณี 'ยาเสพติด' ซึ่งหากเพื่อนนำยาเสพติดมาให้ทดลองแล้วใจ 
อ่อน ขัดเพื่อนไม่ได้ หรือมีใจโน้มเอียง ก็อาจหลงผิดคิดลอง ทั้งผิดกฎหมาย และทำลายอนาคตตนเอง
 
3.อย่าพึ่งพาคนแปลกหน้า คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนมาเกี้ยวพาราสี ทำทีเป็นแนะนำช่วยเหลือ 
เบื้องหลังอาจมุ่ง 'ล่อลวง-ขู่เข็ญ' กระทำมิดีมิร้าย มิใช่จะให้มองโลกในแง่ร้าย แต่ไม่ควรไว้วางใจคนแปลกหน้า
 
4.อย่าคบหาเพื่อนไม่ดี มีเพื่อนเป็นคนดี ชี้แนะไปในทางที่ดีมีประโยชน์ ก็ย่อมจะทำให้ได้รับในสิ่งที่ดี 
แต่หากหลงคบเพื่อนไม่ดี คอยแต่จะแนะนำให้ไปทำในสิ่งที่เสียหาย ก็สุ่มเสี่ยง 'อนาคตต้องสิ้นสุด'
 
5.อย่าหลีกหนีพ่อแม่ ยุคนี้เด็กสาวมักจะ 'โตเกินวัย' กับพ่อแม่ก็มักจะไม่ได้มีเวลาใกล้ชิดหรือไปไหนมาไหนด้วยกันมากนัก 
พ่อแม่เองจึงต้องใส่ใจลูก ขณะที่ลูกก็ต้องคิดว่าพ่อแม่มาจู้จี้ก็เพราะรักและห่วงใย
 
6.อย่าพ่ายแพ้ความฟุ่มเฟือย มีหญิงสาวมากมายที่อาจต้องจำใจ 'ขายตัว-ขายยาเสพติด-ลักทรัพย์' 
เพื่อสนองค่านิยมฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ชีวิตต้องหมดค่าเพราะมัวเมากับวัตถุนอกกายมากเกินไป
 
7.อย่าเฉื่อยแฉะเที่ยวเตร่ ช่วงปิดเทอมใหญ่นี้นักเรียน-นักศึกษาหลายคนอาจวางแผนเที่ยวเอาไว้กับเพื่อน ๆ 
ซึ่งเป็นไปได้ควรมีผู้ใหญ่ในครอบครัวร่วมไปด้วย ยิ่งเป็นการ 'เที่ยวกลางคืน' 
ยิ่งต้องมี และก็ควรจะแค่เพื่อให้รู้ ไม่ควรที่จะหมกมุ่น เอาเวลามาเล่นกีฬา เล่นดนตรี ทำงานหารายได้พิเศษมีประโยชน์กว่า
 
8.อย่าเกเรไม่กลับบ้าน การที่หญิงสาวไปนอนค้างอ้างแรมในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านของตนเอง ย่อมไม่สามารถควบคุมอะไรได้ 
อันตรายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ต่อให้ไปกับเพื่อนหญิงเป็นกลุ่มใหญ่ก็ใช่จะปลอดภัย
 
9.อย่าเผาผลาญเงินทอง อย่าลืมว่าเงินทุกบาททุกสตางค์กว่าพ่อแม่จะหามาให้เราได้ไม่ใช่ง่าย ๆ 
การเผาผลาญเงินทองอย่างไร้สติไม่เพียงเท่ากับไม่สงสารพ่อแม่ แต่ยังอาจเป็นการ 'ทำร้ายตัวเอง' ได้ด้วย
 
10.อย่ามัวแต่มองเพื่อนชาย เด็กสาวที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนชายมากไป-เชื่อใจคนที่เพิ่งจะรู้จักเป็นแฟนกันได้ไม่นาน....
ถูกเอาเปรียบมาเสียนักต่อนัก ยิ่งเจอผู้ชายที่ไม่ได้รักชอบจริงจัง...นอกจากจะพลาดพลั้ง 'เสียตัว' 
แล้ว บางรายยังโชคร้ายตกเป็นเหยื่อเพื่อน ๆ ของคนที่เราคิดว่าเป็นแฟนเราอีกต่างหาก
 
 
 
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุด้วยว่า... นี่เป็นปัจจัยที่อาจทำให้ 'เด็กสาวเสียอนาคต' 
เกิดอาชญากรรมทางเพศ เด็กสาว 'ถูกรุมโทรม-ข่มขืนกระทำชำเรา' 
ซึ่งจากคำให้การของผู้ต้องหาที่เรียกกันว่า 'โจ๋หื่น' นั้น พบว่าปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการ 'ปลุกเร้า'
 
และหากจะมองข้ามช็อตไปถึงกรณีที่พลั้งพลาดตกเป็นเหยื่อ...
ก็มีคำแนะนำ โดย พลอากาศตรี น.พ.วิชาญ เยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำว่า
กรณี 'ผู้หญิงถูกข่มขืน' ควรจะแข็งใจ 'รีบไปให้แพทย์ตรวจ' ในขั้นต้นก่อน 
เพื่อแพทย์จะได้ลงความเห็นวินิจฉัยว่าได้ถูกข่มขืนจริง เพื่อใช้เป็นหลักฐานที่หนักแน่นมีน้ำหนัก ในการเอาผิดกับพวก 'หื่นกาม'
 
'ที่ผ่านมาผู้เสียหายไม่ค่อยรู้ หรือจะไปแจ้งความก่อน ซึ่งบางทีกระบวนการกินเวลาอย่างน้อย 2-3 วัน 
กว่าผู้เสียหายจะเข้าให้แพทย์ตรวจ ร่องรอยถูกข่มขืนอาจจะหายไป 
เมื่อไปยืนยันกับศาลก็อาจจะกลายเป็นหลักฐานไม่มีน้ำหนัก 
ไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำได้ จึงอยากจะเตือนตรงจุดนี้ไว้ด้วย' ...หัวหน้าหน่วยนิติเวชกล่าว
 
 
และไม่ใช่จะมีเพียงกรณีของผู้หญิงเท่านั้น '10 อย่าของผู้ชาย' ก็มีเช่นกัน 
ดังเช่นที่ พระครูสีลวัฒนาภิรม วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ระบุไว้ว่า... 10 อย่าของผู้ชายนั้นมีดังนี้...
 
1.อย่าพึ่งยาเสพติด 
2.อย่าเป็นมิตรกับคนชั่ว เพราะเป็นบ่อเกิดหายนะของชีวิต
3.อย่าทำตัวดื้อรั้น โดยเฉพาะต่อพ่อแม่ 
4.อย่าขยันเที่ยวเตร่
5.อย่าเกเรเพื่อนบ้าน ต้องคิดว่าเพื่อนบ้านเปรียบเหมือนรั้วบ้าน
6.อย่าเกียจคร้านทำกิน
7.อย่าดูหมิ่นพ่อแม่
8.อย่าทำแน่ว่าไม่ตาย โดยเฉพาะพวกชอบซิ่งท้ามฤตยู 
9.อย่าทำลายวัฒนธรรม 
10.อย่าสุขสำราญจนลืมชาติไทย
 
นำมาตอกย้ำให้เยาวชนตระหนักกันไว้เป็น 'คาถากันภัย' แค่ '10 อย่า' ก็ 'ขลัง' 
พอที่จะทำให้แคล้วคลาดไม่ต้องฝันร้ายไปชั่วชีวิตเพราะเป็น 'เหยื่อข่มขืน' 
หรือติดคุกหัวโตเพราะเป็น 'โจ๋หื่น' กามโฉด !!!!.
 
 
ส่วนวิธีแก้เมื่อผู้หญิงจะถูกข่มขืนแล้ว คือ 
1. ยอมเค้าสักครู่หนึ่ง อย่าขัดขืน เพราะถ้าขัดขืนจะถูกต้อยท้องแน่ 
แล้วให้เอามือลูบไล้เค้าเหมือนเราติดใจเค้า มีอารมณ์ร่วม (แต่อย่านานนะ เดี๋ยวติดใจจริง) 
 
2. เสนอว่าจะใช้ปากให้เค้า แล้วก็จับไ-อ้ นั้นของมันหักเลย เอาให้แบบใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลย 
ให้มันดิ้นอยู่กับพื้นจนหน้าเขียว หมอศัยกรรมก็ต่อเส้นเลือดที่หักอย่างเฉียบพลันให้ไม่ได้เลย
 
พ่อแม่บางคนเข้าใจผิดว่าการที่ให้ผู้หญิงพกถุงยางติดตัวไว้เป็นสิ่งที่น่าละอาย เป็นสิ่งผิด 
แต่จริงๆแล้ว เราไม่รู้ว่าลูกสาวของท่านจะเจอเหตุการณ์อันเลวร้ายเมื่อไหร่ 
แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าไ-อ้พวกคนที่มันชุดเราไปมันเป็นเอดส์หรือเปล่า 
ฉะนั้นการที่ผู้หญิงพกถุงยางไปด้วยจึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ว่าเธอคนนั้นเป็นคนที่ป้องกันตัวเองได้ดีเยี่ยม 
ที่มา: เว็บ ผู้หญิงนะคะ ดอท คอ